Logo

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
หน้า: [1]   ลงล่าง   พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เงินชดเชยว่างงาน ประกันสังคม  (อ่าน 9641 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เว็บไซต์
cymiz
Master Administrator Hero Member ***** กระทู้: 1862
« เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 07:13:49 AM »

ประกันสังคม ฉาวอีก ข่าว ระบุ เงินชดเชยว่างงานไม่ได้ง่ายๆ หลังโดนร้องเรียนเรื่อง เงินชดเชยว่างงาน เป็นจำนวนมาก
เงินชดเชยว่างงาน จาก สำนักงานประกันสังคม หรือ ประกันสังคม คืออะไร

วันนี้เราจึงเอาหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงานของ ประกันสังคม (สปส.)มาฝากกัน

ผมได้ลาออกจากบริษัทเดิม ในลักษณะเออลี่รีไทร์ (โดยได้เงินชดเชยบางส่วนจากบริษัท) แต่หากว่าตั้งแต่วันที่ผมลาออกจากบริษัทเดิม จนบัดนี้ผมยังหางานทำไม่ได้ สมมติว่า
ว่างงานมาแล้ว 4 เดือน ผมสามารถไปขอเงินชดเชยจากสำนักงานประกันสังคมได้หรือไม่ครับ ?

กรณีว่างงานที่ ประกันสังคมบอกว่า คนที่ลาออกจากงาน ที่ยังว่างงานจะได้เงินชดเชย 30% ของเงินเดือน ตลอด 3 เดือนหรือไม่ และในลักษณะนี้ ผมว่างงานมา 4 เดือน ผมสามารถไปขอเงินชดเชยย้อนหลังได้หรือไม่ครับ ?

ตอบ

หลังจากลาออก จากงาน คุณต้องรีบไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ว่างงาน ตามหลักเกณฑ์จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท) ปีละไม่เกิน 90 วัน

ถ้าเกินกว่า 30 วัน (ไม่เกิน 90 วัน) ยังไม่ไปขึ้นทะเบียน ก็ยังสามารถไปขึ้นทะเบียนว่างงานได้
แต่จะไม่ได้รับเงินทดแทนตามเงื่อนไข หรือเต็มจำนวนในอัตราร้อย 30 อาจจะได้รับลดหลั่นลงไปตามจำนวนวันที่มาขึ้นทะเบียน

เจ้าหน้าที่ศูนย์สารสนเทศ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงว่า
กรณีที่คุณว่างงานมาแล้ว 4 เดือน ไม่สามารถขอรับเงินชดเชยย้อนหลังได้ เพราะเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 30 วัน แต่ยังสามารถขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐได้ ในกรณีที่ยังต้องการหางานทำ

หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีว่างงาน คือ ต้องเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีว่างงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน

เงื่อนไขการเกิดสิทธิ

          1. ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ว่างงาน โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิในเบื้องต้น
          2. มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้
          3. ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
          4. ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางาน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
          5. ผู้ที่ว่างงานต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณีทุจริตต่อหน้าที่, กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง, จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย, ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง, ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร, ประมาทเลินล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
          6. ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
          7. มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่วันว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย
          8. ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39

สิทธิที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนแบ่งเป็น 2 กรณี คือ
          1. กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท
          2. กรณีสมัครใจลาออก จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตรา 30% ของค่าจ้าง โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

หากใน 1 ปีปฏิทินมีการยื่นขอรับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานเกินกว่า 1 ครั้ง ให้นับระยะเวลาการรับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานรวมกันไม่เกิน 180 วัน เงินทดแทนการขาดรายได้จะจ่ายเป็นงวดเดือน โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารตามที่ผู้ประกันตนแจ้ง

รายการลุงแจ่ม

 
บันทึกการเข้า

[
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: